สิวอุดตัน
วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 25571) สิวอุดตันเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การที่ผิวหนังชั้นขี้ไคลมาอุดตันหรือปิดรูขุมขน ทำให้น้ำมันที่ผลิตจากต่อมไขมันไม่สามารถขับออกมาได้
2) สิวอุดตันอาจเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์กับผิวที่มีความมัน หรือมีสารที่ไปอุดตันรูขุมขน หรือเกิดจากการที่ผิวมีการระคายเคืองได้
3) แนวทางในการรักษาอุดตันมี 2 วิธี คือ การป้องกันการเกิดสิวอุดตัน และการรักษาสิวอุดตันที่เป็นอยู่แล้ว
4) การป้องกันการเกิดสิวอุดตัน ทำได้โดยการล้างหน้าให้สะอาด และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดการอุดตัน
5) การล้างหน้าให้สะอาดทำได้โดย ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างเครื่องสำอาง (กรณีที่แต่งหน้า) หรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับผิว
6) การตรวจสอบว่าล้างหน้าสะอาดหรือไม่ ให้ลองใช้สำลีแผ่นชุบน้ำเช็ดหน้าหลังล้างหน้าเสร็จ ถ้ายังมีคราบติดสำลีออกมา แสดงว่ายังล้างหน้าไม่สะอาด
7) ถ้าสงสัยว่าเกิดสิวอุดตันจากการใช้เครื่องสำอาง ให้เลือกเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า non-comedogenic เท่านั้น จะช่วยลดสิวอุดตันได้
8) การทายารักษาสิวอุดตัน อาจต้องพบแพทย์ เพราะจะได้เลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวของคนไข้แต่ละราย เช่น กรดวิตะมินเอ กรดแลคติก และกรดซาลิซิลิก
9) อย่างไรก็ตามการทายาเพียงอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอสำหรับการรักษาสิวอุดตัน ต้องป้องกันร่วมด้วย ไม่งั้นก็จะเกิดสิวอุดตันใหม่ได้อีก
10) ไม่ควรใช้เลเซอร์ยิงเพื่อเปิดหัวสิวอุดตันแล้วกดออก เพราะความร้อนจากเลเซอร์จะทำให้เกิดรอยแดง รอยดำ ตามมาได้ แถมยังราคาแพง
11) ถ้าจะกดสิวอุดตัน ควรทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญ เพราะมีความเสี่ยงที่จะทำให้สิวอักเสบมากขึ้น เกิดรอยแดง รอยดำ และหลุมสิวตามมา ซึ่งรักษายาก
12) การกดสิวอย่างถูกวิธีทำได้โดยใช้เข็มปราศจากเชื้อสะกิดหัวสิว แล้วใช้เครื่องมือเฉพาะในการกด และต้องกดอย่างเบามือ จะได้ไม่ทำให้ผิวช้ำ
ที่มา : ทวิตเตอร์คุณหมอ @DrRungsima
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา วณิชภักดีเดชา)
เรียบเรียงโดย : กันต พัฒน์ (www.facebook.com/iGuntaPhat)
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น